ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ

รำพึง....รำพัน..กับ...ฝัน...ฝัน...ฝัน. ของคนกำลังจะผ่าน 60 ฝน โดย..อนุวัฒน์ ทินราช

อนุวัฒน์ ทินราช น้อย ทินราช การเมือง จังหวัดบัวใหญ่ จังหวัดปทุมทอง จังหวัดสุรนารี

  • กรุณาลงชื่อเข้าใช้เพื่อตอบกระทู้
ไม่มีการตอบกลับในกระทู้นี้

#1 ผู้ดูแลระบบ

ผู้ดูแลระบบ

    Administrator

  • ผู้ดูแลระบบ
  • 248 โพสต์

โพสต์เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2014 - 11:20 AM

รำพึง....รำพัน..กับ...ฝัน...ฝัน...ฝัน. ของคนกำลังจะผ่าน 60 ฝน   

โดย..อนุวัฒน์ ทินราช อดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดนครราชสีมา

ปัจจุบัน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

 

1620644_1471602126393335_1647485911_n.jp

 

ผมเกิดเมื่อ ๒๕ ตุลาคม ๒๔๙๖ ที่บ้านหนองบัวลาย อำเภอบัวใหญ่(ในขณะนั้น)จังหวัดนครราชสีมา มีคุณลุงชื่อ นายน้อย ทินราช ท่านเป็นสส.ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๑ และครั้งที่ ๒ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ มีคุณพ่อชื่อนายคำ ทินราช เป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ และเป็นกำนัน ตำบล บัวลาย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ จึงถือว่าแวดวงที่เกี่ยวข้องกับการเมือง คือประชาชนมาโดยตลอด นับแต่จำความได้

 

 

เริ่มตั้งแต่ คุณลุง (นายย้อย ทินราช) ซึ่งนอกจากเป็น สส. แล้วยังเป็น สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล และเทศมนตรี เทศบาลเมืองนครราชสีมา ถือเป็นแบบอย่างในชีวิต ที่อยากจะเป็นเหมือนท่าน ทำหน้าที่เหมือนท่าน คือการได้ดูแลทุกข์-สุข ช่วยเหลือประชาชนทุกข์ยาก ทำอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองและประชาชน

 

 

พ.ศ.๒๕๐๑ การเป็น สส. สมัยแรกของท่าน การหาเสียงคือการลงพื้นที่ พบปะปราศรัยกับประชาชน แล้วรอผลลงคะแนน พ.ศ. ๒๕๑๒ ก็ยังเป็นในรูปแบบเดิมสำหรับพื้นที่รอบนอกของจังหวัดนครราชสีมา (เลือกตั้งแบบรวมเขต มี สส. ได้ ๙ คน ) หาเสียงทั้งจังหวัดเหนื่อยมาก

 

 

ครั้งนี้ผมมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมกับท่าน โดยการติดรถหาเสียงตะลอนไปแจกใบปลิวติดป้ายหาเสียง แจกบัตร พบปะประชาชน ฯลฯ เริ่มมีการแจกเงิน แจกของให้ประชาชน บางพื้นที่แล้วสำหรับผู้สมัครที่ยังไม่มีชื่อเสียง แต่มีฐานะะทางการเงินดี แต่สำหรับ คุณลุง น้อย ทินราช ก็ยังผ่านได้ด้วยคะแนนนิยมของประชาชน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๑๙-๒๕๒๒-๒๕๒๖-๒๕๒๙-๒๕๓๕/๑-๒๕๒๕/๒ เป็นต้นมา วิวัฒนาการทางการเลือกตั้งเปลี่ยนไปมาก มีการใช้เงินมากมายจนถือเป็นการแข่งขันเลือกตั้งแบบซื้อเสียงเป็นต้นแบบ

 

 

จนถึงปี พ.ศ.๒๕๔๔ ยุคของพรรคไทยรักไทย ที่มีการใช้นโยบายในการหาเสียงและได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างมาก ในคณะเดียวกันก็มีการใช้เงินในการหาเสียงมาก เป็นประวัติการของการเมืองไทย แต่ที่เป็นประโยชน์ถือเป็นแนวทางใหม่ คือ การใช้นโยบายและทำตามนโยบายของพรรคไทยรักไทย

 

 

ทำให้การเลือกตั้งครั้งต่อๆมาในปี ๒๕๔๘,๒๕๔๙,๒๕๕๐,๒๕๕๔ มีการใช้เงินหาเสียงมาก แต่เสียงที่จะเป็นคะแนนต้องมีนโยบายที่โดนใจประชาชนด้วย บางพื้นที่การซื้อเสียงน้อยลงมากๆเลย จึงถือว่านโยบายมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนทำให้ไทยรักไทย,พรรคพลังประชาชน,พรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะตลอดมา

 

 

ตลอดเวลาที่การเมืองไทยเดินหน้า สิ่งหนึ่งที่คนอำเภอบัวใหญ่ในอดีต ซึ่งปัจจุบันได้แยกเป็นอำเภอบัวใหญ่, อำเภอคง, อำเภอประทาย, อำเภอบ้านเหลื่อม, อำเภอแก้งสนามนาง, อำเภอโนนแดง, และสองอำเภอสุดท้ายคือ อำเภอบัวลายกับอำเภอสีดา ซึ่งผมเองได้มีโอกาสทำคลอดกับมือตนเอง

 

 

ด้วยความหวังอยากให้เป็นประวัติศาสตร์สำหรับตัวเอง รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นท่าน ส.ส.สุขุม เลาวัณย์ศิริ ส.ส.นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นายอำเภอสุวัฒน์ ตันประวัติ (ในขณะนั้น พ.ศ. 2538-2539) สจ.นาวี  ศรีนุชศาสตร์ นายกฯอรุณ  อัครปรีดี ฯลฯ ที่ได้ร่วมผลักดันให้เกิดอำเภอบัวลายและอำเภอสีดาขึ้นมาเมื่อ ปี พ.ศ.2540  และพี่น้องร่วมยุคร่วมสมัยก็มีการผลักดันที่จะขอตั้งจังหวัดบัวใหญ่ หรือจังหวัดปทุมทอง หรือจังหวัดสุรนารี

 

 

ชื่อใดๆก็ได้ที่เป็นมงคลนาม เพื่อแยกการปกครองเป็นจังหวัดใหม่ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างทั่วถึง เพราะนครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่ เนื้อที่มหาศาล มีประชากรมาก ปัจจุบันมีถึง 2,600,000 คน

 

 

ถ้าแยกได้ก็จะทำให้การทำงานทั้งราชการและเอกชนมีความคล่องตัวมากขึ้น การแยกจังหวัดใหม่ของนครราชสีมา ถ้ามองว่าแยกเพื่อหนีออกจากหลานย่าโมแล้ว โอกาสจะแยกมีน้อยมาก  แต่ถ้าจะแยกเพื่อพัฒนา โอกาสจึงจะมีได้

 

 

โดยส่วนตัวของผมจะแยกไปไหน ชื่อใด ที่สุดนั้นความเป็นลูกหลานย่าโมก็คงมั่นคงอย่างไม่รู้จักเสื่อมคลาย  อยู่แต่พี่น้องประชาชนทั้ง 8 อำเภอที่ขอแยกเป็นจังหวัดใหม่จะมีความมั่นคงในแนวทางนี้ยืดยาวเพียงใด เท่านั้นเอง

 







ติดแท็กอย่างน้อยหนึ่งแท็กหรือให้มากกว่าคีย์เวิร์ดเหล่านี้: อนุวัฒน์ ทินราช, น้อย ทินราช, การเมือง, จังหวัดบัวใหญ่, จังหวัดปทุมทอง, จังหวัดสุรนารี

0 สมาชิกกำลังอ่านกระทู้นี้

0 สมาชิก, 0 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้งานที่ซ่อนตัว